ใช้ Influencer Marketing ได้คุ้มกว่าถ้าเลือก KPI ให้ถูก

By Valeesa
19 Sep 2019
SHARE

         คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการปรับใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing กับแผนการตลาดให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า? มีนักการตลาดจำนวนไม่น้อยที่กังวลเกี่ยวกับการวัดความคุ้มค่า (ROI) ของแคมเปญที่ลงทุนไปว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และส่วนใหญ่เข้าใจว่าการได้ Like เยอะ ๆ ก็ทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงยอด Like อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำมาวัดได้เสมอไป

         ก่อนที่คุณจะรู้ว่า ความคุ้มค่าจากการลงทุนในกลยุทธ์ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จหรือไม่ คุณต้องกำหนดจุดประสงค์ให้ชัดเจนก่อนว่าต้องการอะไรจากลูกค้า อาจเป็นการกระตุ้นยอดขายของสินค้าเดิม หรือสร้างการรับรู้ให้สินค้าที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ก็ได้ เพราะการกำหนดจุดประสงค์จะทำให้รู้ว่าต้องใช้กลยุทธ์แบบไหนให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย โดยในครั้งนี้จะขอยกตัวอย่าง 3 จุดประสงค์ที่คนส่วนใหญ่ใช้เพื่อให้ทราบว่าแต่ละจุดประสงค์ควรวัด ROI อย่างไรบ้าง

 

         1. ต้องการสร้างการรับรู้

หากแบรนด์ต้องการใช้ Influencer Marketing ในการทำให้ตนเองเป็นที่รู้จัก สร้างภาพลักษณ์ หรือช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เป้าหมายหลักอาจอยู่ที่ “การเพิ่มการรับรู้ (Awareness)” เครื่องมือที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ Google Analytics ที่ช่วยตรวจสอบว่ามีการใช้งานในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นหลังจากที่ทำแคมเปญหรือไม่ โดยตัวชี้วัดที่บอกถึงประสิทธิภาพ (KPI) ก็อาจเป็น Impressions, Reach และ Followers ให้ดูว่าภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ Influencer โพสต์เนื้อหาลงไปแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มีการเข้าถึงหรือผู้ติดตามมากขึ้นหรือไม่

    ในขั้นตอนนี้ การใช้แฮชแท็กก็สำคัญเช่นกัน เพราะเป็นการสร้างการรับรู้และช่วยให้คุณติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญได้ง่ายขึ้น โดยต้องกำหนดแฮชแท็กให้เข้ากับแคมเปญหรือเข้ากับเนื้อหาที่ Influencer ใช้ด้วย นอกจากนั้น แฮชแท็กยังช่วยทำให้กลุ่มเป้าหมายมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น โดยมีงานวิจัยที่บอกว่า การโพสต์เนื้อหาบน Instagram และมีการใช้แฮชแท็กอย่างน้อย 1 แฮชแท็กจะช่วยสร้าง Engagement ได้มากกว่า 12.6%

 

         2. ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์

สำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์ Engagement Rate, Engagement Per Post และ Cost Per Engagement น่าจะเป็นค่า KPI ที่เหมาะสม เพื่อประเมินว่ากลุ่มเป้าหมายมีปฏิกิริยาต่อเนื้อหาอย่างไร มีการวิเคราะห์ Like, Comment, Share และ Click-Through Rate (CTR หรืออัตราส่วนที่บอกว่ามีคนเข้าชมหรือคลิกโฆษณาของเราบ่อยแค่ไหน) คุณก็จะได้รู้ว่า Influencer คนไหนเป็นที่สนใจและเนื้อหาแบบไหนที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้มากที่สุด ส่วนวิธีที่เหมาะในการวัด CTR คือการใช้ลิงก์ติดตาม คุณสามารถใช้การย่อชื่อ URL ที่ยาว ๆ ให้สั้นลง, สร้าง UTM Codes หรือให้ Influencer กำหนด URL ที่กำหนดเองไม่ซ้ำใครเพื่อให้ติดตามปริมาณข้อมูลและ Engagement ได้อย่างแม่นยำ

การใช้ Cost Per Engagement จะช่วยวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่ลงโฆษณาทั้งหมดต่อจำนวนครั้งที่คนเข้ามา Engage กับโฆษณานั้น ๆ เช่น ลงทุนในโฆษณา 500 บาท มีคนเข้ามา Like, Comment และ Share ทั้งหมด 1,500 ครั้ง ค่า CPE จะเท่ากับ 0.33 บาท เท่านี้ก็รู้แล้วว่ามีต้นทุนเท่าไหร่และคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้กลับมาหรือไม่

นอกจากนั้น คุณยังสามารถรวบรวม Engagement จากโพสต์ของ Influencer ได้ด้วยตัวเอง สามารถเข้าถึง Influencer Marketing Platform โดยผ่านบุคคลที่ 3 หรือ Marketplace ซึ่งเป็นเว็บไซต์สื่อกลางสำหรับการติดต่อซื้อขายที่จะวิเคราะห์ Engagement ให้อัตโนมัติ โดยการวิเคราะห์แบบอัตโนมัติจะเป็นประโยชน์มากสำหรับแคมเปญใหญ่ ๆ ที่มี Influencer หลายคนในเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่แตกต่างกันอย่าง Youtube, Instagram, Twitter

 

         3. ต้องการเพิ่มโอกาสในการขาย

ในแง่ธุรกิจแล้วจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มยอดขายก็จริง แต่ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้การซื้อขายเกิดขึ้นจริงได้ด้วย เช่น การสมัครรับจดหมายข่าว, การสมัครสมาชิก, การทดลองใช้งาน หรือการดาวน์โหลด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายเทคนิคที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ เช่น

  • สร้างโปรโมชันส่งเสริมการขายสำหรับสมาชิกหรือการซื้อสินค้า เช่น เมื่อสมัครสมาชิกหรือซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับส่วนลดทันที 25% โดยกำหนด Code ให้ Influencer นำไปแจก Followers ของตัวเอง

  • ให้ Influencer ช่วยโปรโมตสินค้าหรือบริการของคุณอย่างจริงใจ และหากเกิดการซื้อขายขึ้นจริง พวกเขาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการโปรโมตสินค้าด้วย

  • สร้างพื้นที่ของ Influencer ในหน้าแรกของเว็บไซต์ เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาติดตามหรือทำกิจกรรมบางอย่างบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ

  • การเปิดตัวแคมเปญโดยใช้ Influencer ต้องเลือกสินค้าหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งและช่องทางในการโปรโมตภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังจากนั้นจึงติดตามยอดขายระหว่างแคมเปญ

 

ความจริงแล้วคุณค่าของการทำ Influencer Marketing ไม่ได้อยู่ที่การซื้อหรือการดาวน์โหลดเพียงครั้งเดียว เพราะกลุ่มเป้าหมายอาจไม่ได้ซื้อของภายในระยะเวลาที่แคมเปญโปรโมตก็ได้ ดังนั้นการกำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดความสำเร็จต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะจะช่วยให้คุณมีความพร้อมมากขึ้นในการทำความเข้าใจว่า Influencer Marketing นั้นส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

    หากคุณยังไม่มั่นใจว่าจะวัด ROI อย่างไรหรืออยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญอย่าง Motive Influence ที่จะช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ Influencer Marketing เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ




 

Source



 

Insert Link

RELATED CONTENT

By Valeesa 21 Oct 2019
ใช้ Influencer Marketing ให้ชนะใจผู้บร.. กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่พยายามโน้มน้าวจิตใจของผู้บริโภคโดยใช้ผู้มีอิทธิพลในสายต่าง ๆ...
motive | Influencer Marketing
By Valeesa 19 Sep 2019
เมื่อ Instagram ซ่อนยอด Like นี่อาจเป็.. เป็นเรื่องที่ทั่วโลกตื่นตัวกันพอสมควร กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของ Instagram ในงานสัมมนา Facebook F8 2019...
Instagram | Influencer Marketing
By Valeesa 29 Jan 2020
ทำการตลาดด้วย Video บน IG รูปแบบไหนดี .. ช่วงหลังมานี้ผู้บริโภคเริ่มสนใจการนำเสนอสินค้าในรูปแบบวิดีโอมากกว่าภาพนิ่งมากขึ้น...
motive | Influencer Marketing | Micro Influencer

NEVER MISS AN ARTICLE

Subscribe to get fresh News and Marketing Trends updates

SUBSCRIBE