Motive Influence เร่งสร้างมาตรฐาน Influencer Marketing ประกาศจุดยืน “สร้างสรรค์สังคม”

By Admin
13 Sep 2019
SHARE
 

จากกรณีกระแสสังคมในเรื่องของสินค้าด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียล จนทำให้เกิดคำถามที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคขึ้นมากมาย เนื่องมาจากการที่หลายๆ แบรนด์ได้นำกลยุทธ์ Influencer Marketing มาใช้ เพื่อช่วยสร้าง Engagement ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค และสร้าง Awareness หรือความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ทำให้ดูว่าสินค้ามีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้เหล่าผู้นำทางความคิด Key Opinion Leader (KOL) มาสื่อสารให้ออกไปเป็นตัวแทนของแบรนด์ เพื่อทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ
 
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นในใจของผู้บริโภคต่อกลยุทธ์ Influencer marketing หรือไม่ ?? เป็นคำถามที่กลุ่มธุรกิจต้องหาคำตอบว่าสุดท้ายแล้วจะทำให้ Influencer/KOL เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป หรืออาจทำให้นักการตลาดทำงานยากขึ้นไปอีก แม้แต่กลุ่มผู้บริโภคเองที่เสื่อมความเชื่อถือกับการใช้วิธีการนี้ ซึ่งกรณีนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้กับหลายฝ่ายได้เป็นอย่างดี ว่าแนวทางการใช้งาน Influencer marketing ที่ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นควรจะเป็นอย่างไรต่อไป ??
 
คุณสุทธิชัย รัตนวิไลวรรณ ผู้บริหาร Motive Influence ที่ได้เร่งทำการสื่อสารกับแบรนด์ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้แบรนด์เห็นประโยชน์ร่วมกันของการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนต่อผู้บริโภค เพื่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ให้กับอุตสาหกรรมนี้ “เรามองหาทางออกให้กับปัญหานี้ด้วยการทำให้มันชัดเจนขึ้น สร้างความยุติธรรมให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่มีอยู่เดิม นอกเหนือจากการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้าซึ่งได้ดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่เราเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น เพื่อให้ Motive เป็นมาตรฐานที่ดีให้กับธุรกิจนี้ด้วยการเริ่มให้ Influencer ของทาง Motive ใส่คำว่า #Sponsored หรือ #Partnerwith… ในโพสต์ เราต้องการบอกให้สังคม ให้ทางผู้บริโภครับรู้เลยว่า เจ้าของโพสต์ ได้รับผลประโยชน์บางอย่างจากแบรนด์ ก็เพื่อที่จะพยายามเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหา และสร้างมาตรฐานให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม เราจึงพยายามที่จะเร่งดำเนินการออกไป แล้วแบรนด์ต่าง ๆ ก็เริ่มเห็นความสำคัญด้วยเช่นกัน เรื่องนี้เรามองเป็น 3 มิติ คือ ตัวแบรนด์เอง ผู้บริโภค Influencer โดยที่ทุก ๆ ฝ่ายได้ประโยชน์ทั้งหมดจากการยืนหยัดในหลักการในการสร้างมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอุตสาหกรรมนี้” คุณสุทธิชัยกล่าว
#Sponsored หรือ #Partnerwith… จึงเป็นคำที่ถูกนำมาใช้ในการแจ้งให้ชัดเจนว่าโพสต์นี้ ผู้โพสต์ได้รับผลประโยชน์บางอย่างจากทางแบรนด์ เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีให้เกิดขึ้น โดยอิงมาจากประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคสูงกว่า ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีมาตรฐานของ Federal Trade Commission (FTC) เพื่อใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภคของตน โดยทาง Motive Influencer ได้ยึดเอาหลักการของ FTC ไว้เป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์งานที่รับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภค
 
คุณสุทธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “โดยนโยบายหลักของทาง Motive ได้ให้ความสำคัญกับ Natural Sharer ของกลุ่ม Micro Influencer คนกลุ่มนี้มีการแชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับกลุ่มเพื่อนหรือ follower ของเขาอยู่แล้วตามธรรมชาติ Motive Influence ต้องการรักษาธรรมชาติที่ดีตรงนี้ไว้ เราจึงหลีกเลี่ยงการใช้ Money Talk กับพวกเขา เราให้เกียรติพวกเขาและธรรมชาติอันนี้  Motive เราเน้นการแสดงตัวตน คาแรคเตอร์ ของ Micro Influencer เป็นหลัก โดยไม่ไปบังคับหรือทำให้เค้าเสียตัวตน ซึ่งกติกาของทาง Motive เองจะเป็นการเชิญชวน Micro Influencer กลุ่มนี้เข้ามาร่วมสนุก มาทำกิจกรรมกันมากกว่า  เพื่อให้เขาได้แชร์ ได้แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ดี ๆ ให้กับกลุ่ม Follower ของเขา ทำให้รับทราบหรือรับรู้ถึงแคมเปญต่าง ๆ ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา ทาง Motive ใช้นโยบายหลักๆ คือถือว่าให้มาร่วมสนุกกัน ในลักษณะของเพื่อนบอกเพื่อน ซึ่งในการทำงานกลุ่ม Influencer ก็จะมีอยู่ 2 กลุ่มคือ กลุ่ม Professional Influencer กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มมืออาชีพ หารายได้จากฐาน Follower จำนวนมากของตน และอีกกลุ่มคือ Micro Influencer หรือ Natural Sharer ที่ใช้โซเชียลมีเดียในการแบ่งปันประสบการณ์กับกลุ่มของตนตามธรรมชาติ ทาง Motive Influence เข้าใจลักษณะที่ต่างกันนี้เป็นอย่างดี และต้องการที่จะรักษาธรรมชาติของ Micro Influencer ที่เป็น Natural Sharer ไว้ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นทุกครั้งที่ Micro Influencer ร่วมกิจกรรมกับเรา เราจะให้ Points เป็นการแสดงความขอบคุณ Points นี้สามารถสะสมเพื่อใช้แลกรับประสบการณ์ใหม่ๆ จากเราเช่น ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว gadget ต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปแชร์ หรือเล่าต่อให้กับเพื่อนๆ หรือ Follower ได้อีกไม่รู้จบ”
 
“เราจึงอยากให้ผู้อ่านหรือกลุ่มผู้บริโภคเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามันเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Influencer กับแบรนด์ มีผลประโยชน์บางอย่างที่ Influencer ได้รับ อันอาจมีอิทธิพลต่อความคิดของ Influencer ได้ เราจึงประกาศให้ชัดไปเลย เพื่อแสดงความจริงใจกับผู้บริโภค ที่ทั้งทาง Motive และทางแบรนด์ให้ความสำคัญ เพื่อช่วยกันสร้างมาตรฐานที่ดีต่ออุตสาหกรรม และสังคมต่อไป” คุณสุทธิชัย กล่าวปิดท้าย

RELATED CONTENT

By Valeesa 13 Sep 2019
อัปเดตเทรนด์! Influencer Marketing 201.. ในปี 2018 ถือเป็นปีทองของ Influencer Marketing ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใครไม่ใช้อาจพูดได้ว่าเชย! แต่สำหรับในปี 2019 กระแส...
Influencer Marketing | IG Story Ads | Micro Influencer | SponsoredBy

NEVER MISS AN ARTICLE

Subscribe to get fresh News and Marketing Trends updates

SUBSCRIBE