Digital Marketing เพราะเทรนด์โลกหมุนไปการตลาดแบบใหม่จึงเปลี่ยนตาม

By Homo Digitus
17 Jul 2020
SHARE

Motive Influence เชื่อว่า ถ้าคุณเป็น Marketer คุณไม่มีทางไม่เคยได้ยินคำว่า Digital Marketing หรือการตลาดดิจิทัลอย่างแน่นอน และยังเชื่อด้วยว่า หลายคนอาจยังไม่แน่ใจนักว่า Digital Marketing ที่แทบทุกองค์กรขาดไม่ได้ในขณะนี้ มันหมายถึงอะไรกันแน่ คือการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย หรือการซื้อโฆษณาออนไลน์ใช่ไหม หากคุณเป็นนักการตลาดมือใหม่ และเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นมา ขอให้บทความนี้ของ Motive Influence ช่วยเติมความเข้าใจของคุณให้เพิ่มขึ้น

 

Digital Marketing คืออะไร
ที่จริงแล้วการตลาดดิจิทัล หมายถึงการทำการตลาดโดยใช้ช่องทางออนไลน์หรือช่องทางดิจิทัลในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนการทำการตลาดลักษณะนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีช่องทาง รวมถึงวิธีการมากมายในการใช้เพื่อเข้าถึงลูกค้า 

 

Digital Marketing กับ Online Marketing ต่างกันอย่างไร
Motive Influence ได้ยินคำถามนี้บ่อยมาก ซึ่งคำตอบคือไม่ต่าง ทั้ง Online Marketing และ Digital Marketing คือคำเดียวกันที่เขียนคนละแบบ ซึ่งหมายถึงการทำการตลาดโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงลูกค้า 

 

Digital Marketing มีอะไรบ้าง
ถ้าได้ยินคำว่า Digital Marketing แต่ละคนจะมีภาพในหัวที่ต่างกัน บางคนจะคิดถึงโฆษณาที่คั่นในคลิปของ Youtuber ที่มียอดวิวสูงๆ บางคนคิดถึงเวลาค้นหาสินค้าและบริการใน Google แล้วเจอโฆษณาบนนั้น หรือใช้เฟชบุ๊กแล้วสินค้าที่เข้าไปดูขึ้นมาหลอนอยู่ในนั้นด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมาคือการตลาดผ่านดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งที่จริงแล้ว Digital Marketing สามารถจัดกลุ่มตามวิธีการและวัตถุประสงค์ได้เป็น 8 กลุ่มด้วยกัน 

 

1. Search Engine Marketing/SEM 
การทำ SEO (Search Engine Optimization) คือการปรับแต่งเนื้อหาในเว็บไซต์ให้อยู่ในอันดับที่ดีบน Search Engine เช่น google.com สำหรับ Digital Marketing Funnel แล้ว SEO ถือเป็นส่วนบนสุดในการเข้าถึงลูกค้า เพราะผู้บริโภคในจะหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อของอะไรสักชิ้นหนึ่ง ยิ่งเป็นของที่มีราคาแพง หรือเป็นเรื่องที่มีความเฉพาะเจาะจง หรือเป็นเรื่องเชิงเทคนิคยิ่งต้องใช้ความละเอียดในการค้นหาข้อมูลมากตามไปด้วย ยิ่งได้อันดับที่ดีบน Search Engine โอกาสที่ลูกค้าจะคลิกเนื้อหานั้นและเข้ามาในเว็บไซต์ของเราก็จะมากขึ้นตามไปด้วย SEO จึงใช้คีย์เวิร์ดที่คนค้นหามาปรับแต่งให้อยู่บนอันดับต้นๆ ของ Search Engine โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ สร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ให้กับลูกค้า และหากวาง Journey ให้ดีก็สามารถสร้าง Conversion ให้เกิดขึ้นได้ด้วย 

 

2. Pay Per click /PPC Marketing
ถ้าอธิบายแบบเข้าใจง่ายการทำ Digital Marketing แบบ PPC คือการซื้อโฆษณาบน Search Engine เช่นบน Google.com ที่เวลาผู้ใช้เสิร์ชหาบางอย่างแล้วจะเจอสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องขึ้นมา แต่จะมีแถบเล็กๆ ระบุไว้ว่าเป็นโฆษณา ถ้าผู้ใช้งานกดคลิกไปที่สินค้าหรือบริการ หรือหน้าอื่นๆ ตามที่ตั้ง Conversion ไว้ เจ้าของโฆษณานั้นก็จะเสียค่าใช้จ่ายตามมูลค่าโฆษณาและจำนวนคลิกที่เกิดขึ้น โดยต้อง Bid แข่งกันจากคีย์เวิร์ดที่คนค้นหาคล้ายกับหลักการทำ SEO แต่เสียเงินซื้อ การใช้ PPC Marketing มักทำกับสินค้าที่ต้องการปิดการขาย หรือ Retargeting ให้ลูกค้ากลับมาซื้อของที่เคยเข้าไปดู 

 

3. Social Media Marketing
ถือเป็นหนึ่งในกับดักความเข้าใจเกี่ยวกับ Digital Marketing ที่ Marketer จำนวนหนึ่งจะคิดว่านี่คือหัวใจของมัน ซึ่งก็คงไม่ถึงกับผิด เพราะในตอนนี้แทบไม่มีใครที่ไม่มีบัญชี Social Media แต่ในความเป็นจริง Social Media Marketing คือส่วนหนึ่งของ Digital Marketing เท่านั้น ด้วยรูปแบบของแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้ และมีดาต้าความสนใจที่ค่อนข้างแม่นยำ ทำให้ Social Media เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทรงพลังที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด จะใช้เพื่อสร้าง Awareness ก็ดี หรือใช้เพื่อสร้าง Engagement ก็ได้ รวมทั้งสามารถยิงโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จักรวาลของการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียจึงกว้างขวางและครอบคลุม Conversion ที่นักการตลาดต้องการ ส่วนจะเลือกใช้แพลตฟอร์มอะไรในการทำการตลาดวิธีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายว่าส่วนมากใช้แพลตฟอร์มอะไรกันอยู่บ้าง โดยจากผลการสำรวจของ We are social ในไตรมาสล่าสุด Facebook ยังมีจำนวนผู้ใช้มากที่สุด ส่วน Instagram มีอัตราการเติบสูงที่สุด ส่วน TikTok ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรง เพราะช่วงการระบาดของ Covid-19 ทำให้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น

 

4. Content Marketing
ในภาพรวมแล้ว Content Marketing คือการสร้างเนื้อหาขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Awareness สร้าง Engagement การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า การขายโดยตรง หรือการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยผ่านแพลตฟอร์มและวิธีการต่างๆ ตามแต่ช่องทางที่นักการจะมีอยู่ในมือ ซึ่งอาจจะออกมาในรูปแบบของ Blog ในเว็บไซต์ Social Media, E-Mail Marketing หรือ VDO ก็ได้ ข้อดีของ Content Marketing คือเป็นการสื่อสารกับลูกค้าได้ครบกระบวนการทางการตลาด 

digital marketing #1

 

5. E-Mail Marketing
การใช้ E-Mail มาเป็นเครื่องมือในการทำ Digital Marketing มักเน้นกลุ่มลูกค้าประเภท Existing คือมีข้อมูลเก่า เป็นลูกค้าเก่ากันอยู่แล้ว การใช้ E-Mail Marketing จึงมักทำเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือใช้งานกับระบบ CRM เพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า แจ้งโปรโมชัน ข่าวสารต่างๆ  รวมถึงใช้ในการตั้งระบบตอบกลับอัตโนมัติ การใช้ E-Mail marketing จึงเป็นการสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงจุดและดูน่าเชื่อถือ

 

6. Video Marketing
เป็นการทำ Digital Marketing โดยใช้ Video เป็นสื่อ ซึ่งการใช้วิธีนี้ค่อนข้างครอบคลุมการทำการตลาดในหลายแพลตฟอร์ม และสามารถอธิบาย หรือบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างดี รวมถึงสามารถใช้แก้ปัญหาการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้อีกด้วย การใช้ Video Marketing จึงสามารถปรับใช้ได้กับแทบทุก Funnel ของการตลาด ไม่ว่าจะเป็นสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับลูกค้า ให้ข้อมูลกับลูกค้าที่เริ่มสนใจในสินค้าหรือบริการ ยิงโฆษณาให้เห็นประโยชน์มากขึ้นในช่วงตัดสินใจ และรีวิวการใช้งานหลังจากซื้อไปแล้วก็ได้เช่นกัน

 

7. Influencer Marketing
การตลาดผ่าน Influencer ซึ่งเป็นบริการหลักของ Motive Influence คือการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายโดยผ่านผู้ทรงอิทธิพลที่มีคนติดตามบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ประโยชน์ของการทำ Digital Marketing ประเภทนี้คือเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจชัดเจน นักการตลาดสามารถเลือกได้ว่า Influencer คนใดเหมาะกับแบรนด์ของตัวเอง หรือมีผู้ติดตามที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่เป็นจำนวนมาก และด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่มักซื้อสินค้าหรือบริการโดยตัดสินใจจากรีวิวก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้การทำการตลาดในลักษณะนี้น่าสนใจ

 

8. Voice Search Marketing
เมื่อ AI เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมันกลายเป็นผู้ช่วยในระบบปฏิบัติการของสมาร์โฟน ไม่ว่าจะเป็น Siri หรือ Google Assistant รวมทั้ง Amazon Alexa ผู้โด่งดัง ที่ใช้การโตอบด้วยเสียงกับผู้ใช้ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนไป การค้นหาด้วยเสียงหรือ Voice Search กลายเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นสำคัญที่เกื้อหนุน Digital Marketing จึงทำให้นักการตลาดไม่ควรละเลยที่จะปรับแต่งเว็บไซต์ของตนเองให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค

digital marketing #2

 

Digital Marketing Strategy กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่สำคัญมีอะไรบ้าง
Motive Influence เชื่อว่านักการตลาดแบบคุณจะเห็นผ่านตาเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการตลาดมาหลายแผน แต่สำหรับ Motive Influence แล้ว กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญมีอยู่ 2 แบบคือ

 

Inbound Marketing 
เป็นการตลาดที่ดึงดูดให้ลูกค้าตามหาเราให้เจอ เป็นการตลาดแบบ Organic คือไม่ใช้เงินซื้อโฆษณา ซึ่งการผลิตเนื้อหาดีๆ มีประโยชน์ ให้ติด SEO จะตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ดี 

 

Outbound Marketing
การตลาดที่ออกไปหาลูกค้าด้วยการยิงโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Google Facebook Taboola Twitter TikTok ฯลฯ ไปหาลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะใช้สื่อหรือแคมเปญใดในการดึงดูดลูกค้าก็อยู่ที่การตัดสินใจของนักการตลาด


จะเห็นได้ว่าส่วนต่างๆ ของ Digital Marketing มีความเกี่ยวพันกันอยู่ ซึ่งนักการตลาดอาจเลือกใช้ทุกอย่างหรือใช้เพียงบางส่วนก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายทางการตลาด ณ ขณะนั้นคืออะไร และมีกำลังจะทำได้แค่ไหน หากคุณเป็นนักการตลาดที่อยากลองการตลาดในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะการตลาดผ่าน Influencer Motive Influence พร้อมให้บริการคุณแล้ว คลิกปุ่มด้านล่างนี้ได้เลย

RELATED CONTENT

By Homo Digitus 17 Jul 2020
Digital Marketing เพราะเทรนด์โลกหมุนไป.. Motive Influence เชื่อว่า ถ้าคุณเป็น Marketer คุณไม่มีทางไม่เคยได้ยินคำว่า Digital Marketing...
digital marketing | email marketing | sem | seo | search engine marketing | inbound | outbound | ppc | social media
By Homo Digitus 08 Jul 2020
Marketing การตลาดออนไลน์ในยุค Digital .. การทำ Marketing ในยุค Digital Disruption เป็นโจทย์ที่ท้าทายนักการตลาดไม่น้อย...
marketing | online marketing | digital marketing | outbound marketing | inbound marketing

NEVER MISS AN ARTICLE

Subscribe to get fresh News and Marketing Trends updates

SUBSCRIBE