ประวัติศาสตร์อินฟลูเอนเซอร์ การตลาดแบบนี้มีมาตั้งแต่ยุคกลาง

By Vittawat Panyalertwut
30 Apr 2021
SHARE

       จากข้อมูลของ Business Insider การตลาดแบบ Influencer มีแนวโน้มที่จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าถึง 15 พันล้านดอลลาร์ (ราว 48,000 ล้านบาท) ภายในปี 2022 Marketer จำนวนมากยอมรับว่าการทำการตลาดแบบ Influencer ได้ผลจริงมีประสิทธิภาพ และมีข้อดีคือสามารถคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI ได้อย่างง่ายดาย แต่คำถามก็คือนี่เป็นปรากฏการณ์ใหม่จริงหรือ? แล้วใครคือกันแน่คือ Influencer ในยุคแรก ๆ Influencer Marketing เริ่มต้นเมื่อใด? วันนี้ Motive Influence จะพาทุกคนย้อนเวลาไปดูว่าแท้จริงแล้วการตลาดแบบใช้ Influencer มีมานานตั้งแต่สมัยไหน

 

500 AD — 1500: กษัตริย์และโป๊ป กับการโฆษณายารักษาโรค

ย้อนกลับไปในสมัยยุคกลาง ชนชั้นปกครองมีอิทธิพลอย่างมากในการชี้นำสังคม ระบบศักดินามีสิทธิ์ทุกอย่างในแง่ของการปกครอง บุคคลเดียวที่อยู่เหนือพวกเขาคือพระเจ้า (หรือตัวแทนของพระเจ้าบนโลกอย่างพระสันตะปาปา เท่านั้น) แน่นอนว่า influencer คนแรก ๆ ของโลก ก็คงหนีไม่พ้นกษัตริย์ ราชินี หรือโป๊ป ที่มีอำนาจในการปกครองหรือชี้ผิดให้เป็นถูกได้ กรณีตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าผู้มีอำนาจเหล่านี้สามารถเข้าไปมีอิทธิพลทางความคิดของคนได้ เกิดขึ้นในสมัยยุคกลาง ย้อนกลับไปตอนนั้นมนุษย์ยังไม่รู้จักยารักษาโรค  แต่เมื่อกษัตริย์ ราชินี หรือโป๊ป หันมาแนะนำประชาชนให้เห็นถึงประโยชน์ของยา ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มเข้าใจและเชื่อว่ายาเหล่านี้สามารถรักษาโรคได้จริง

 

 

1900s: รอสโค อาร์บัคเคิล กับบุหรี่ Murad

หลังมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงทศวรรษที่ 1700 มนุษย์เริ่มรู้จักเทคโนโลยี เริ่มรู้จักระบบซื้อขาย เริ่มเข้าใจเรื่องของการตลาด จนกลายเป็นที่มาของการใช้คนดัง ๆ มาโฆษณาสินค้า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘พรีเซนเตอร์’ ถ้าถามว่าแบรนด์แรกที่ทำการตลาดแบบนี้แล้วออกมาปังที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น Murad Cigarettes

 

Murad Cigarettes เชื่อว่าการดึงคนดังที่เป็นที่ชื่นชอบและมีชื่อเสียง มาเป็นตัวแทนของพวกเขาจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้ดี ด้วยไอเดียนี้พวกเขาจึงไปจัดการดึง รอสโค “แฟตตี้” อาร์บัคเคิล นักแสดงหนังตลกเงียบ ชื่อดังมาจับใส่สูทผูกไท พร้อมกับทำโฆษณาโปรโมทประมาณว่าขนาดคนดังอย่าง อาร์บัคเคิล ยังใช้ผลิตภัณฑ์ของ Murad เลย

 

สุดท้ายผลของการคิดนอกกรอบของ Murad ก็สร้างความสำเร็จให้กับตัวแบรนด์เป็นอย่างมาก ผู้คนจำนวนมากต่างพากันมาซื้อบุหรี่ของ Murad ตามนักแสดงที่พวกเขาชื่นชอบ

 

อีกแบรนด์ที่มีการนำคนมาขายผลิตภัณฑ์ในยุคนั้นก็คือ Aunt Jemima แบรนด์ผงแพนเค้กและน้ำเชื่อมชื่อดัง ย้อนกลับไปตอนนั้นตัวแบรนด์กำลังมองหาคนที่จะสามารถถ่ายทอดภาพของคุณป้าเจมินาแสนอบอุ่นได้จนกระทั่งพวกเขาไปพบกับ แนนซี กรีน อดีตทาส พี่เลี้ยง แม่ครัว และนักเคลื่อนไหว ความลงตัวของกรีนกับ Aunt Jemaina ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำหน้าของเธอในฐานะป้าเจมินาได้อย่างดี ไม่น่าเชื่อว่านับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 130  ปี แล้ว ที่ Aunt Jemima ยังคงมีกรีนเป็นพรีเซนเตอร์ประจำสินค้าตัวนี้

 

 

1920s: นักเทศน์กับการแพร่ธรรมทางวิทยุ

ในอดีตพระศาสนจักรคาทอลิกมีการส่งมิชชันนารีไปตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อพยายามจะแพร่ธรรมและเผยแผ่ศาสนาคริสต์ให้กับผู้คน แต่เมื่อเวลาเดินผ่านวิวัฒนาการของเทคโนโลยีและการเกิดขึ้นของวิทยุ ทำให้มนุษย์สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้นักเทศน์จำนวนหนึ่งเล็งเห็นช่องทางที่พวกเขาจะสามารถเผยแผ่ความเชื่อของตนให้กับผู้คนได้ง่ายขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของปรากฏการณ์ที่นักบวชหรือนักเทศน์หันมาเป็นเหมือนดีเจ คอยสร้างแรงบันดาลใจในชีวิตให้กับผู้คนผ่านการเรื่องเล่าจากคัมภีร์ไบเบิล

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนผู้ติดตามจำนวนมากให้กลายมาเป็นผู้ศรัทธาในตัวพระเจ้าด้วยเวลาเพียงน้อยนิดเท่านั้น แถมนักเทศน์หลายคนก็กลายเป็นคนดังที่มีอิทธิพลทางความคิดของคนจำนวนมากเช่นกัน

 

 

1930s: ซานตาครอสกับโค้ก

หนึ่งในแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เกิดขึ้นเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1930 ในตอนนั้น Coca-Cola หรือโค้กมีความพยายามที่จะผลักดันยอดขายเครื่องดื่มในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โค้กมองว่าบริษัทอยากเป็นตัวแทนของความสุขและความร่าเริงให้แก่ผู้คนในช่วงเวลาที่ทุกข์ยาก สุดท้ายพวกเขาจึงปิ๊งไอเดียที่ว่า ถ้าหากพูดถึงความสุขแล้ว ตัวแทนที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวละครคนสำคัญในเทศกาลแห่งความสุขอย่างซานตาครอส 

 

ซึ่งหลังจากที่โค้กนำซานตามาเป็นจุดขาย ยอดขายโค้กก็ขึ้นสูงชนิดผลิตเกือบไม่ทัน นักการตลาดหลายคนเคยวิเคราะห์เบื้องหลังของการตลาดในครั้งนั้นว่า การที่ผู้บริโภคหันมาซื้อโค้กเป็นผลพวงมาจากความเชื่อมั่นในตัวของซานตา ผู้ซึ่งเป็นตัวละครที่ใคร ๆ ก็รักหรือมีความสุขเสมอเมื่อนึกถึง

 

 

1950s: The Marlboro Man

 

ย้อนกลับไปยุค 50s ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความเท่ตลอดกาลของโฆษณา Marlboro Man ได้ ที่น่าสนใจก็คือแนวคิดของ Marlboro Man ถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้บริหารฝ่ายโฆษณาที่ต้องการจะตอบสนองกับคำวิจารณ์แง่ลบที่มีต่อการสูบบุหรี่ เขาต้องการให้ภาพลักษณ์ของผู้ชายแบบ Marlboro เปรียบเสมือนความแข็งแกร่งและมีความเป็นมนุษย์ เรียกได้ว่าเป็นการตลาดที่ชาญฉลาดอย่างมาก เพราะสุดท้ายหนุ่ม ๆ สมัยนั้นก็ต้องไปหาบุหรี่ Marlboro มาสูบเพราะอยากเท่ตามพรีเซนเตอร์ อย่างคริสเตียน แฮเลน

 

โฆษณาตัวนี้ได้รับเครดิตอย่างมากในการช่วยทำให้ยอดขายบุหรี่ของ Marlboro ขยับขึ้นสามเท่าจาก 5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็น 20 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังเป็นกรณีศึกษาที่มีประสิทธิภาพเรื่องของการใช้บุคคลเพื่อกระตุ้นยอดขาย

 

 

1960s: The Beatles และวัฒนธรรมป๊อป

คุณทราบหรือไม่ว่า? ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ประชากรอเมริกันกว่าครึ่งหนึ่งมีอายุต่ำกว่า 25 ปี! เมื่อคนยุคเบบี้บูมเมอร์เหล่านี้เริ่มมีอายุมากขึ้นพวกเขาพยายามท้าทายนโยบายสังคมและวัฒนธรรมด้วยการประท้วงต่อต้านระบบทุนนิยม และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ซึ่งถ้าพูดถึงสิ่งที่ดึงดูดคนยุคนี้ได้ดีที่สุด คำตอบก็คือวัฒนธรรมทางดนตรีป๊อปและร็อกนั่นเอง ด้วยความโด่งดังของ The Beatles, The Rolling Stones และ Led Zeppelin ศิลปินเหล่านี้ได้กลายมาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ หลายคนอยากเป็นเหมือนพวกเขา บางคนถึงขั้นตัดผมหรือแต่งตัวตามพอล แม็คคาร์ทนีย์ หรือจอห์น เลนนอน เลยทีเดียว

 

บวกกับช่วงนั้นถือเป็นยุคทองของการโฆษณาด้วยจึงทำให้หลายแบรนด์หันมาทำการตลาดกับศิลปินเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าแบรนด์ไหนอยากมียอดขายดี ก็ต้องพึ่งพาความโด่งดังของศิลปินเหล่านี้นั่นเอง

 

1970s: หนูน้อย “Mikey Likes It”

ช่วงยุค 70s เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้คนต่างพากันไปซื้อซีเรียลยี่ห้อ Life ตามโฆษณาตัวหนึ่ง ที่บอกเล่าตัวละครของเจ้าหนู Mikey เด็กที่ไม่ชอบกินอะไรเลย แต่อยู่ดี ๆ วันหนึ่งพี่ชายทั้งสองก็ยื่นซีเรียลตัวนี้ให้เขากิน และเพียงไม่กี่วิผ่านไป Mikey ก็ทานหมดเกลี้ยง เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าขนาดเด็กที่ไม่ชอบกินอะไรเลยยังชอบซีเรียลตัวนี้เลย

 

ตัวโฆษณาประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้รับรางวัลโฆษณายอดเยี่ยมของคลีโอในปี 1974 และได้รับการขนานนามว่าเป็นโฆษณาอันดับ 10 ตลอดกาลโดยทีวีไกด์ในปี 1999 

 

 

1980s: ไมเคิล จอร์แดน กับรองเท้า Air Jordan

ในปี 1984 Nike ตัดสินใจปล่อยรองเท้าซิกเนเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสดาวรุ่งโดยเฉพาะ รองเท้าสีดำแดงคู่นั้นถูกเรียกกันในชื่อ Air Jordan รองเท้าที่โดดเด่นสะดุดตา เพราะมีแต่จอร์แดนคนเดียวเท่านั้นที่ใส่รองเท้าสีดำแดงลงแข่ง ในขณะที่คนอื่นใส่สีขาวเหมือนกันหมด แม้แต่ผู้ชมที่นั่งอยู่ไกล ๆ ก็ยังมองเห็นจอร์แดนเพราะสังเกตจากสีรองเท้า

 

หลายปีต่อมา จอร์แดนได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของ NBA เขากลายเป็นฮีโร่ของใครหลายคน ในตอนนั้นใคร ๆ ก็อยากใส่ Nike อยากใส่ Air Jordan เหมือนไมเคิล จอร์แดน ความนิยมในตัวของจอร์แดน สร้างปรากฏการณ์ยอดขายมหาศาลให้กับทาง Nike มาจนถึงปัจจุบัน แม้จอร์แดนจะรีไทร์จากวงการบาสไปหลายสิบปีแล้ว แต่ปัจจุบันรองเท้าของเขาก็ยังคงถูกพัฒนาต่อยอดมากมายและกลายเป็นรองเท้าที่มีอิทธิพลต่อคนจำนวนมาก

 

 

2000s: เรียลลิตี้ ทีวี

เมื่อเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียม ปฏิเสธไม่ได้ว่ารายการทีวีเพื่อความบันเทิงอย่าง The Real World, Project Runway, Jersey Shore, Keeping Up With the Kardashians หรือ The Bachelor ล้วนแต่เข้ามามีอิทธิพลต่อความคิดของมนุษย์ รายการทีวีที่มีวิธีการเล่าเรื่องแบบ แสร้งทำเป็น "ความจริง" ในลักษณะนี้มีผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แถมเรตติ้งยังดีทะลุจอเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น มีหลายคนที่อยากเป็นเหมือนกับผู้เข้าแข่งขันในรายการเหล่านี้ หลายคนอยากทำความฝันให้เป็นจริง อยากพิชิตเงินล้านเหมือนคนในรายการ เรียกได้ว่าคนในรายการเหล่านี้ได้กลายมาเป็น Influencer ของคนทั่วโลกในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น

 

 

2010s — Now: Social Media 

การเข้ามาของสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม ทำให้ผู้ใช้บริการทุกคนมีสิทธิที่จะเป็น Influencer ได้ แพลตฟอร์มเหล่านี้สร้างคนให้กลายเป็น Influencer ในทุก ๆ วัน วันนี้คุณอาจจะเป็น Nano Influencer มีเพื่อนติดตามในไอจี 1,000 คน แต่ในหนึ่งปีข้างหน้า คุณก็มีสิทธิก้าวขึ้นไปเป็น Macro Influencer ที่มีผู้ติดตามนับล้าน เผลอ ๆ  การเป็น Influencer อาจจะสร้างเงินล้านให้กับคุณก็ได้

 

RELATED CONTENT

By FAI 01 Mar 2021
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ นักเขียนและนักแก้ปัญห.. “เวลา เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด เมื่อผู้ติดตามให้เวลากับเรา นั่นหมายความว่าเขากำลังให้สิ่งที่มีค่ากับคุณ”ท้อฟฟี่...
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ | Influencer | Interview | อินฟลูเอนเซอร์
By Homo Digitus 17 Feb 2021
Motive Influence เปิดกลยุทธ์ปี 64 รุกพ.. ในช่วงปีที่ทุกคนต้องเผชิญกับ Covid-19 การทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันต้องถูกปรับเปลี่ยนอย่างมาก...
Influencer Marketing Strategy 2021 | Influencer Marketing Strategy 2564 | fruad risk score
By FAI 02 Feb 2021
หนทางสู่ Content Creator ตัวท็อป ต้องม.. โลกหมุนไปเร็วกว่าที่คิด สื่อออนไลน์และ Social Media กลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคนี้...
Content Creator | Influencer | content marketing | อินฟลูเอนเซอร์ | Creator | ครีเอเตอร์

NEVER MISS AN ARTICLE

Subscribe to get fresh News and Marketing Trends updates

SUBSCRIBE