กรณีศึกษา : 2 ธุรกิจความสวยสำหรับสตรี ที่นำ Influencer Marketing มาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจ

By Valeesa
19 Sep 2019
SHARE

ทุกวันนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก หลากหลายธุรกิจต่างก็ต้องปรับตัว แต่การจะทำให้แบรนด์เข้าไปนั่งอยู่ภายในใจของผู้บริโภคได้ อาจต้องวางแผนกลยุทธ์กันหน่อย ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดนิยมใช้ในแผนการตลาดยุคปัจจุบันก็คือ Influencer Marketing แต่ควรใช้แบบไหนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด? ครั้งนี้ Motive Influence ขอยกกรณีศึกษาของ 2 ธุรกิจที่นำ Influencer Marketing มาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจมาฝาก

 

FabFitFun
 

พวกเขาเป็นใคร? 

FabFitFun เป็นบริษัทจัดทำกล่องไลฟ์สไตล์สำหรับผู้หญิง ผู้ที่มาสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ต้องจ่ายเงิน 49.99 เหรียญ เพื่อสมัครสมาชิกราย 3 เดือน หรือ 179.99 เหรียญ สำหรับสมาชิกรายปี โดยเงินจะถูกเรียกเก็บอัตโนมัติและสามารถยกเลิกตอนไหนก็ได้ ทุก ๆ 3 เดือน สมาชิกจะได้รับกล่องความสวยความงาม 1 กล่อง บรรจุบิวตี้ไอเท็มที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 200 เหรียญ เช่น ครีมบำรุงอย่างดี อาหารเสริม น้ำยาทาเล็บแบรนด์ดัง ยาย้อมผม ขนมขบเคี้ยว และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้น สมาชิกยังสามารถเข้าไปดูวิดีโอสตรีมมิ่งในช่อง FabFitFun TV ที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการทำอาหารได้ด้วย โดยบริการนี้ได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมาก และมีสมาชิกมากกว่า 200,000 ราย

 

สิ่งที่ทำให้ FabFitFun แตกต่าง?

กล่องนี้มีความน่าตื่นเต้นซ่อนอยู่ ทุกครั้งที่มีการจัดส่งกล่อง นอกจากลูกค้าจะได้รับการการันตีว่าไอเท็มที่อยู่ข้างในจะมีมูลค่ามากกว่า 200 เหรียญ ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความคุ้มค่าแล้ว ยังได้ลุ้นทุกครั้งว่าจะได้ไอเท็มชิ้นไหนมาใช้ในซีซั่นนี้ เป็นการสร้างความเซอร์ไพรส์ได้ดีทีเดียว

 

ปรับใช้ Influencer Marketing กับแบรนด์อย่างไร?

 Michael Broukhim, Co-CEO และ Co-Founder ของ FabFitFun กล่าวว่า เมื่อแบรนด์มีผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว ที่ขาดไม่ได้ก็คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ยอดเยี่ยมอย่างการใช้ Influencer พวกเขาเป็นเหมือนนักข่าว ประชาสัมพันธ์ เพื่อน หรือแม้แต่คนในครอบครัวที่คอยบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จัก ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านความคิดสร้างสรรค์ และก็มีหลากหลายวิธีที่จะร่วมทำธุรกิจร่วมกับพวกเขาได้

Giuliana Rancic ผู้ประกาศข่าวบันเทิงจากอเมริกาเป็น Influencer คนแรกของ FabFitFun เธอเริ่มต้นด้วยการส่ง Newsletter ให้กับ Partner และสร้าง Brand DNA ในแบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้จัก และเธอเองก็เป็นผู้ที่ทำให้แบรนด์ได้พบกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกด้วย 

นอกจากนั้น FabFitFun ยังสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียด้วยการให้เหล่า Influencer แกะกล่องของขวัญที่ได้รับ (Unboxing) เพื่อให้ User มาลุ้นกันว่าข้างในจะมีอะไรบ้าง เป็นคอนเทนต์น่าสนุกที่ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดีทั้งทาง Instagram, Snapchat, Twitter, Facebook และ YouTube

ที่สำคัญที่สุดคือ การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิก มีการติดตามผลหลังจากสมาชิกได้รับสินค้า หรือในกรณีที่สมาชิกแจ้งยกเลิกสัญญา ทางแบรนด์จะโทรไปสอบถามเหตุผลเพื่อนำมาปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น กระบวนการทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการซื้อขายล้วนมีผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ หากมีความตั้งใจและหมั่นใส่ความคิดสร้างสรรค์ก็มีโอกาสที่ธุรกิจจะไปได้ไกลถึงจุดที่หวังไว้

 

Banish

พวกเขาเป็นใคร?

Banish คือ ผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาผิวและรักษาสิว Daisy Jing, CEO ของ Banish เริ่มต้นทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพร้อมทั้งทำหน้าที่เป็น Influencer ไปด้วยในตัว เธอสร้าง Community ออนไลน์ทาง YouTube เพื่อบอกเล่าปัญหาเกี่ยวกับสิวและวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยวิดีโอที่ได้รับการพูดอย่างมากก็คือวิดีโอที่ชื่อ Growing Up Ugly ซึ่งมีคนเข้ามาดูกว่า 200,000 View และจากคอมเมนต์ที่พูดเกี่ยวกับวิดีโอของเธอ ทำให้เธอได้รับแรงบันดาลใจและปิ๊งไอเดียได้ว่าคนที่เข้ามาดูแค่ต้องการตามหาวิธีหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้ และพวกเขาก็อาจจะอยากเชื่อใครสักคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น เธอจึงสร้างแบรนด์ Banish ที่สามารถสร้างรายได้ให้เธอได้มากกว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ปรับใช้ Influencer Marketing กับแบรนด์อย่างไร?

Daisy ให้คนที่มีปัญหาสิวหลาย ๆ คน โพสต์คอนเทนต์ตามปกติโดยไม่มีการใช้ Paid media เข้ามาช่วย และพบว่าผู้ที่มีเรื่องราวหรือปัญหาคล้าย ๆ กันจะเข้ามาเสพคอนเทนต์เพราะต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวและการจัดการปัญหาสิว ซึ่งคอนเทนต์เหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่มีความน่าเชื่อถือ

Daisy และเหล่า Influencer ที่มีปัญหาเรื่องสิวและผิวพรรณจะคอยแชร์คอนเทนต์ธรรมดา ๆ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เมื่อผู้ที่มีปัญหาคล้ายกันเข้ามาเสพคอนเทนต์เรียบร้อยก็จะทำการบอกต่อไปเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นฐานกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นได้ นอกจากนั้น แทนที่เธอจะเลือกคนที่มีชื่อเสียงมาช่วยโปรโมต แต่เธอกลับมองหา Micro Influencer ที่ประสบปัญหาเดียวกันมาบอกเล่าเรื่องราวแทน โดย Daisy พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่า Micro Influencer ที่อาจกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงในอนาคต โดยเฉพาะ Micro Influencer ที่มีความตลก ทะเยอทะยาน และเป็นคนที่ใคร ๆ ก็มองเป็นต้นแบบ ที่สำคัญคือต้องเป็นคนที่เข้าใจปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายเจอด้วย และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการดูตัวเลขในแคมเปญนั้น ๆ ว่า มีการเติบโตหรือไม่, Engagement เป็นอย่างไร, มีทัศนคติหรือความเชื่อคล้ายกับ Followers ของพวกเขาหรือไม่

 

    ความจริงแล้ว Influencer Marketing สามารถปรับใช้ได้กับหลากหลายธุรกิจ ครั้งหน้า Motive Influence จะเอากรณีศึกษาเกี่ยวกับการใช้ Influencer จากวงการไหนมาเล่าให้ฟัง สามารถติดตามต่อได้ที่ >> Motive Influence <<

 

RELATED CONTENT

By Valeesa 19 Sep 2019
กรณีศึกษา : 2 ธุรกิจความสวยสำหรับสตรี .. ทุกวันนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก หลากหลายธุรกิจต่างก็ต้องปรับตัว...
news | motive
By Valeesa 19 Sep 2019
เริ่มต้น Influencer Marketing ด้วยตัวเ.. การใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing เป็นเทรนด์ที่มาแรงสุด ๆ ในปีนี้...
news | motive
By Valeesa 19 Sep 2019
ถามแบบไหน ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย แถมแบร.. ใครจะรู้ว่าแค่โพสต์คำถามใน Instagram ก็ทำให้แบรนด์ และ Micro Influencer เป็นที่รู้จัก...
Motive Influence | Micro Influencer

NEVER MISS AN ARTICLE

Subscribe to get fresh News and Marketing Trends updates

SUBSCRIBE